เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.ป.ที่มาส.ว.
และพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ
ขั้นตอนจากนี้คือ รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ และลงประกาศในราชกิจจาฯ
คาดว่าการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นเดือนพ.ค.2562
ทุกครั้งที่การเมืองคลี่คลาย
เรามักมองหาหุ้นกลุ่มที่จะตอบรับทางบวกกัน วันนี้ก็เลยไปหาข้อมูลมาฝากครับ
หุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชย์ มีกลุ่มหลักๆอยู่ 4 กลุ่ม ได้แก่ รับเหมาก่อสร้าง, วัสดุก่อสร้าง, แบงก์ และนิคมอุตสาหกรรม
ส่วนที่เป็นกลุ่มรอง มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ ค้าปลีก
และมีเดีย(โฆษณา)
• กลุ่มรับเหมาก่อร้าง
เป็นกลุ่มที่รับผลบวกตรงๆ เพราะหลังเลือกตั้ง
รัฐบาลใหม่มักจะมีโครงการลงทุนภาครัฐจำนวนมาก
ซึ่งหากดูจากโครงการภาครัฐที่คาเเปิดประมูลปี 2561
พบว่ามีมากถึง 24 โครงการ มูลค่า 8.2
แสนล้านบาท
ขณะที่ในปัจจุบัน backlog ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง
13 แห่ง มีมูลค่ารวม 4.5 แสนล้านบาท
รองรับการรับรู้รายได้ประมาณ 2 ปี โดยกลุ่มรับเหมาฯ
ฝ่ายวิจัย ASP เลือกหุ้นเด่นมา 3
รายได้แก่ STEC, CK, SEAFCO
• กลุ่มวัสดุก่อสร้าง
จะได้ประโยชน์ต่อจากกลุ่มรับเหมาฯ เมื่อมีการก่อสร้าง ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง
เช่น ปูนซิเมนต์ เหล็ก จะมีมากขึ้น ในกลุ่มนี้เลือก SCC เป็นหุ้นเด่น
• กลุ่มแบงก์
การปล่อยสินเชื่อผ่านโครงการลงทุนต่างๆ จะขยายตัวดีขึ้น บวกกับจีดีพีที่เติบโต
คาดว่าสินเชื่อปีนี้จะขยายตัว 6.3% แม้ 4 เดือนแรกปีนี้ยังต่ำกว่าเป้าหมาย แต่เชื่อว่าจะเร่งตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง
รวมทั้งดอกเบี้ยจะเข้าสู่ขาขึ้นปลายปีนี้ เลือกหุ้นเด่น คือ BBL และ TCAP
• กลุ่มนิคมฯ มีเป็นประเด็นบวกจากโครงการ
EEC อยู่แล้ว เมื่อมีการเลือกตั้ง
นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศจะเชื่อมั่นมากขึ้น ตามมาด้วยการตัดสินใจลงทุน
หุ้นเด่นกลุ่มนี้ คือ WHA และ AMATA
• กลุ่มค้าปลีก
ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น การเดินหน้าโครงการภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน
ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ ผู้บริโภคจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เลือก BJC,
COM7, BEAUTY เป็นหุ้นเด่น
• กลุ่มมีเดีย เน้นไปที่ธุรกิจโฆษณา
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง การโฆษณาจะคึกคักมากเป็นพิเศษ เลือก PLANB ครับ
ชอบตัวไหน ศึกษาข้อมูลแบบเจาะลึกได้ที่ ASP Smart
#AsiaPlusGroup #ASPSResearch
#AsiaPlusGroup #ASPSResearch

No comments:
Post a Comment