PPS ปรับโครงสร้างธุรกิจยกระดับการดำเนินงานเป็น
Main Information
Consultant ตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาทใน 5 ปี ขณะที่
Q1/61
ธุรกิจโตต่อเนื่อง รับงานอาคารหลายแห่ง กวาดงานเข้ามือกว่า 324 ล้านบาท
พร้อมเดินหน้าประมูลงานต่อเนื่อง ด้านสะพัฒน์ โปรเจค เซ็นสัญญา 5 โครงการ
เริ่มดำเนินงานรับรู้รายได้แล้ว เผยอยู่ระหว่างเจรจาโครงการเพิ่ม
โชว์ผลประกอบการปี 60 รายได้ 396.03 ล้านบาท กำไรพุ่ง 71.46% เตรียมจ่ายปันผล 0.04
บาทต่อหุ้น 23 พ.ค.นี้
ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท
โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนปรับโครงสร้างการดำเนินงานจากเดิมที่ดำเนินธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการเป็นธุรกิจหลัก
สู่การเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการโครงการแบบครบวงจร (Main Information Consultant) โดยจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพร้อมให้ข้อมูลตั้งแต่ก่อนก่อสร้างจนถึงก่อสร้างแล้วเสร็จ
ตั้งเป้าหมายเติบโต 25% ต่อปี รายได้แตะ1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี
พร้อมรักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 10%
ทั้งนี้ลักษณะการดำเนินงานของธุรกิจ Main Information Consultant จะเน้นการจัดเก็บข้อมูล
ให้คำปรึกษา บริหารจัดการโครงการก่อสร้างแบบครบวงจร ครอบคุมทั้งการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
งานออกแบบ งานวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการ และงานบริหารจัดการอาคารพลังงาน
ซึ่งจะเข้ามาเสริมการดำเนินงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการยังคงเติบโตในเกณฑ์ดี
โดยไตรมาสแรกทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการ Mega Project อีกทั้งบริษัทสามารถประมูลงานอาคารสำนักงานได้อีกหลายแห่ง
มูลค่ารวม 50-60 ล้านบาท
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน
โดยเฉพาะงานโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ เช่น โครงการรถไฟฟ้าทางคู่ เฟส 2 และรถไฟใต้ดิน
คาดว่าจะเริ่มทยอยเปิดประมูลตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/61 เป็นต้นไป ปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่
324 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2564
ธุรกิจบริหารจัดการอาคารและอสังหาริมทรัพย์ให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
อาคารพลังงานภายใต้ บริษัท สะพัฒน์ โปรเจค จำกัด
ขณะนี้มีการเซ็นสัญญากับลูกค้าทั้งหมด 5 โครงการ
เริ่มดำเนินงานและทยอยรับรู้รายได้แล้วบางส่วน
และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจาอีกหลายราย
ส่วนบริษัท PPSD บริษัทย่อยดำเนินธุรกิจให้บริการด้านการออกแบบงานด้านวิศวกรรม
มีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ขณะที่บริษัท Swan & Maclaren (Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่ได้ลงนามในสัญญารับงานออกแบบโครงการ
“เลซโซ่ มอลล์ เฟส1” มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 40%
โดยจะสามารถรับรู้รายได้และกำไรส่วนที่เหลือภายในปีนี้หรือหลังจากที่โครงการแล้วเสร็จ
ดร.พงศ์ธร กล่าวต่อไปว่า ผลประกอบการปี 2560
บริษัทมีรายได้รวม 396.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม
319.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.11 % และมีกำไรสุทธิ 55.17 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 32.17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น
71.46%
นอกจากนี้
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท
คิดเป็นจำนวนเงิน 31.91 ล้านบาท หรือคิดเป็น 68.05% ของกำไรสุทธิปี 2560
กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล(Record Date) ในวันที่ 9 พ.ค.61
และกำหนดจ่ายปันผลวันที่ 23 พ.ค.61 (ขออนุมัติจากประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 25 เม.ย.
61 )

No comments:
Post a Comment