Friday, March 30, 2018
เสวนาฟรี "CRYPTONIST Meetup: โอกาสสำหรับสังคมไร้เงินสด"
บริษัท คริปโตเวชั่น จำกัด (Cryptovation.co) และบริษัท สกายเน็ต ซิสเต็มส์ จำกัด (Skynet Systems) ขอเรียนเชิญสื่อมวลชน และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเสวนาฟรี "CRYPTONIST Meetup: โอกาสสำหรับสังคมไร้เงินสด" งานสัมมนาที่ให้ความรู้เกียวกับเทคโนโลยี Blockchain โดยมุ่งหวังให้นักลงทุนมีความรู้ ความเข้าใจ และนำเครื่องมือไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการลงทุนทั้งตลาดหุ้นและตลาดเหรียญดิจิทัล ผ่านวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ที่พร้อมเปิดเผยเคล็ดลับและเครื่องมือช่วยลงทุนแบบหมดเปลือก
โดยผู้บริหารที่จะร่วมให้ข้อมูลในครั้งนี้ ประกอบด้วยนายพิพัฒน์ รุ่งเรือง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกายเน็ต ซิสเต็มส์ จำกัด นายวรกร วัฒนกุลชาติ ผู้อำนวยการด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และนายพลเดช อนันชัย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตเวชั่น จำกัด ณ อาคาร Knowledge Exchange (KX) ชั้น 7 (BTS วงเวียนใหญ่ ทางออก 4) ในวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2561 เวลา 13.30 น. - 18.00 น.
ขอเชิญทุกท่านมาร่วมหาประสบการณ์และเรียนรู้เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอลกับงาน "Cryptonist Meetup" งานสัมมนาที่ให้ความรู้เกียวกับเทคโนโลยี Blockchain โดยมุ่งเน้นให้นักลงทุนมีความรู้ ความเข้าใจ และนำเครื่องมือไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการลงทุนทั้งตลาดหุ้นและตลาดเหรียญดิจิทัล ผ่านวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ที่พร้อมเปิดเผยเคล็ดลับและเครื่องมือช่วยลงทุนแแบบหมดเปลือก ไม่ว่าจะเป็น
1. ประวัติศาสตร์ของสกุลเงินดิจิตอลอย่าง Bitcoin ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ทำไมถึงมีค่า รวมถึงเทคโนโลยี Blockchain ว่าทำงานอย่างไร
2. โอกาสและวิธีการลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิตอล เช่น การลงทุนใน ICO การ Trade เก็งกำไร รวมไปถึงการทำ Arbitrage ที่มีความเสี่ยงต่ำ
3. เทคนิคการวิเคราะห์ Cryptocurrency พร้อม social live trading หรือ copy trading แบบสดๆ
โดยวิทยากรผู้คร่ำหวอดในวงการ ที่พร้อมจะมาแชร์ความรู้อย่างหมดเปลือก ได้แก่
1. คุณพลเดช อนันชัย
CEO, CryptovationX - Robo-advisory Platform https://CryptovationX.io/ แพลตฟอร์มหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุน (Robo-Advisory) ในอุตสาหกรรม Blockchain
2. คุณวรกร วัฒนกุลชาติ Director, CryptovationX - Robo-advisory Platform https://CryptovationX.io/ แพลตฟอร์มหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุน (Robo-Advisory) ในอุตสาหกรรม Blockchain
3. คุณพิพัฒน์ รุ่งเรือง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกายเน็ต ซิสเต็มส์ จำกัด ผู้พัฒนา Social Trading & Ranking System เชื่อมต่อระบบเพื่อรองรับการส่งคำสั่งซื้อ-ขายหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิตอลไปยังตลาดหลักทรัพย์ได้ทั่วโลก
โดยงานให้ความรู้ฟรีแบบนี้ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันสิ้นเดือนตั้งแต่ปีก่อน ซึ่งได้รับการสนับสนุนสถานที่เป็นอย่างดีจาก Thai Fintech Association - สมาคมฟินเทคประเทศไทย และตึก KX ของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี
สำหรับงานครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 มี.ค. 2018 เวลา 13.30 น. - 18.00 น. ณ ตึก Knowledge Exchange Center - kx ชั้น 13 (BTS วงเวียนใหญ่ ทางออก 4)
ท่านสามารถสมัครเข้าร่วม เพื่อสำรองที่นั่งได้ที่ https://goo.gl/forms/9r2c9KdZQ9pFjtRJ3
#Cryptocurrency #CryptovationX #Cryptonist #Skynet
Thursday, March 29, 2018
ECF พร้อม COD โรงไฟฟ้า อ.ลอง จ.แพร่ เมษายนนี้
ช่วงนี้เห็นบอสใหญ่ อารักษ์ สุขสวัสดิ์ บมจ.อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค ECF อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ก็ไม่ต้องแปลกใจ ได้ยินมาว่าปีนี้เป็นปีทอง
จะรับรู้กำไรจากธุรกิจพลังงาน
หลังจากทุ่มเทเวลาตระเวนหาโครงการโรงไฟฟ้าที่น่าสนใจเข้าลงทุนอยู่นาน
ล่าสุดมีข่าวดีมาให้ชุ่มชื่นหัวใจ บริษัท เซฟ เอนเนอร์จี โฮลดิ้งส์ จำกัด (SAFE)
บริษัทร่วมทุน ที่ ECF ลงทุน 33.37%
ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมการจำหน่ายไฟฟ้า ขนาด 1 MW สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าที่
อ.ลอง จ.แพร่ ภายในเมษายนนี้ และรับส่วนแบ่งรายได้เข้า Q2/61
ทันที
กอช. ให้หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติได้แล้วผ่าน 5 แบงก์รัฐ
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
เปิดบริการให้สมาชิกวางแผนการออม ผ่านระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit) ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 61 เป็นต้นไป
เพื่ออำนวยความสะดวกให้สมาชิกได้ออมต่อเนื่อง สร้างวินัยการออม
ช่วยลดภาระการเดินทางไปฝากที่หน่วยรับเงิน กอช.พร้อมทัพเสริม 5 ธนาคารรัฐ
ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนการออมภาคประชาชน มุ่งให้นักเรียน นักศึกษา
และแรงงานนอกระบบ ได้เข้าถึงสิทธิการออมเงิน ที่มีรัฐช่วยออม พร้อมรับบำนาญ
นายสมชัย สัจจพงษ์
ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. เปิดเผยว่า
ประชาชนทั้งที่เป็นแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบยังมีปริมาณการออมเพื่อการชราภาพในระดับที่น้อยมาก
มีสาเหตุสำคัญมาจากประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารจัดการทางการเงิน
เมื่อมีเงินจะเลือกใช้จ่ายก่อน พอเหลือจึงเก็บออมไว้
รวมถึงยังขาดการตระหนักรู้และเห็นความจำเป็นการวางแผนทางการเงินที่มั่นคงด้วยตัวเอง
โดย กอช.
เป็นกลไกหนึ่งของภาครัฐในการขับเคลื่อนการออมภาคประชาชนและสร้างเสริมวินัยการออมแก่แรงงานนอกระบบให้มีการออมเงินที่มากพอ
โดยการออมสม่ำเสมอและต่อเนื่องในระยะยาว
จะช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพียงพอในวัยเกษียณอายุ
ซึ่งผู้สูงอายุควรจะมีเงินใช้แต่ละเดือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ของรายได้ต่อเดือนก่อนเกษียณ
โดยในกลุ่มแรงงานนอกระบบยังมีการออมที่น้อยมากเมื่อเทียบกับกลุ่มข้าราชการที่มีระบบการออมภาคบังคับ
ทำให้ผู้เป็นข้าราชการจะมีเงินออมไว้ใช้ในแต่ละเดือนหลังเกษียณ เฉลี่ยร้อยละ 60–70
ของรายได้ต่อเดือนก่อนเกษียณส่วนแรงงานกลุ่มอื่นมีเงินออมไว้ใช้ในแต่ละเดือนหลังเกษียณอายุ
เฉลี่ยเพียงร้อยละ 20 ของรายได้ต่อเดือนก่อนเกษียณอายุ
การเปิดตัวบริการวางแผนการออมกับ
กอช. ผ่านระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Direct Debit) พร้อมธนาคารรัฐ
5 แห่ง ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนการออมภาคประชาชน
เพื่อร่วมส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการและให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการออมเงิน
การวางแผนการเงินเพื่อยามเกษียณ
รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของ กอช.
เพื่อให้ประชาชนที่เป็นนักเรียน นักศึกษา แรงงานนอกระบบ
ได้เกิดความรู้ความเข้าใจในสิทธิประโยชน์ กอช.
โดยมุ่งเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจออมและสมัครสมาชิก กอช. มากขึ้น
“โดยเฉพาะระบบหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
จะทำให้ผู้เป็นสมาชิก กอช. จากเดิมต้องไปฝากเงินออมที่หน่วยบริการ
จะได้รับความสะดวกในการออมมากขึ้น
นำไปสู่การออมอย่างต่อเนื่องและเกิดวินัยการออมกับ กอช.
โดยมีรัฐช่วยออมเพิ่มให้อีกทางหนึ่ง พร้อมรับบำนาญ เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ในวัยเกษียณ”
ทั้งนี้ นายสมชัย
สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวขอบคุณธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง
ที่ร่วมขับเคลื่อนการออมภาคประชาชน
ซึ่งเป็นส่วนสำคัญช่วยให้มีประชาชนที่ยังไม่ได้รับการดูแลด้านบำนาญจากรัฐ
ได้เข้าถึงและสนใจสมัครเป็นสมาชิก กอช. มากขึ้น
นางสาวจารุลักษณ์
เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า กอช.
ได้รับเกียรติจากธนาคารรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) หรือ ธพว.
ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนการออมภาคประชาชน โดยร่วมกับ กอช.
เดินหน้าส่งเสริมและประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ นักเรียน นักศึกษา และแรงงานนอกระบบ
ได้สมัครเป็นสมาชิก กอช. มากขึ้น รับสิทธิรัฐสมทบเงินออมเพื่อบำนาญ
พร้อมเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้สมาชิก กอช. สามารถออมได้อย่างต่อเนื่อง
กอช.
ได้เปิดบริการให้สมาชิกสามารถออมได้สะดวกและต่อเนื่องแล้ว
ผ่านระบบบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เพื่อส่งเป็นเงินสะสมสมาชิก กอช.
เข้าในบัญชีกองทุน โดยสามารถหักบัญชีอัตโนมัติได้ตั้งแต่ 50-1,100 บาทต่อเดือน
ซึ่งมีธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และ ธอส.
ที่เป็นหน่วยบริการ กอช. พร้อมดำเนินการ
โดยบัญชีเงินฝากที่ต้องการให้หักอัตโนมัติเพื่อส่งเข้าบัญชีกองทุน
จะต้องเป็นบัญชีเงินฝากของธนาคารใดธนาคารหนึ่งใน 4 ธนาคาร
และเจ้าของบัญชีเงินฝากต้องไปดำเนินการด้วยตนเอง ได้ที่ธนาคารของรัฐทั้ง 4
แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ และไม่จำเป็นต้องเป็นธนาคารที่สมัครสมาชิก กอช. ไว้
ซึ่งเจ้าของบัญชีเงินฝากไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก กอช. ก็ได้ เช่น
ผู้ปกครองที่เป็นข้าราชการสามารถแจ้งให้หักบัญชีเงินฝากตนเองเข้าบัญชีเงินออม กอช.
ของสมาชิกที่เป็นลูกหลานได้ โดยระบบจะดำเนินการหักเงินอัตโนมัติทุกวันที่ 20
ของแต่ละเดือน หากบัญชีเงินฝากมีเงินไม่เพียงพอตามจำนวนที่แจ้งไว้ให้หักอัตโนมัติ
ระบบจะไม่นำไปสมทบเป็นยอดการหักบัญชีอัตโนมัติในเดือนถัดไป
“สำหรับบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
เพื่อเข้าบัญชีเงินออม กอช. นับเป็นอีกหนึ่งก้าวความสำเร็จที่ กอช.
ได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับภาคีธนาคารของรัฐทั้ง 4 แห่ง
เพื่อร่วมกันอำนวยความสะดวกให้สมาชิก กอช.
ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาส่งเงินออมที่หน่วยบริการ แต่ยังสามารถออมกับ กอช.
ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีรัฐช่วยสมทบเงินออมนั้นด้วย
นำไปสู่การช่วยเสริมสร้างให้สมาชิก กอช.
ได้มีเงินก้อนหนึ่งจากการออมสามารถใช้พึ่งพาตนเองได้หลังเกษียณอายุ
ซึ่งช่วยลดภาระการดูแลของรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการออมของประชาชน
คืออนาคตของชาติ”
นางอรนุช ศิรประภา
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย
ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB เปิดเผยว่า
ธนาคารมีความพร้อมในการสนับสนุนการดำเนินงานของ กอช.
เพื่อร่วมขับเคลื่อนการออมภาคประชาชนตามนโยบายรัฐบาล
สำหรับบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เพื่อนำส่งเงินสะสมงวดถัดไป
เป็นการเพิ่มช่องทางให้สมาชิก กอช. นำส่งเงินสะสมได้สะดวกยิ่งขึ้น
ซึ่งสมาชิกที่มีเงินฝากกับธนาคารกรุงไทยสามารถสมัครใช้บริการได้ทุกสาขาทั่วประเทศ
โดยใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก นอกจากนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการพัฒนาสร้าง
Barcode และ QR Code ร่วมกับ กอช.
เพื่อให้สมาชิกสามารถนำส่งเงินสะสมผ่านเครื่อง ATM,
Internet Banking, และ KTB Netbank ได้สะดวกมากขึ้น
นางสาวจิราพร
นุกิจรังสรรค์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าฐานรากและสนับสนุนนโยบายรัฐ
เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการให้บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
อำนวยความสะดวกให้สมาชิก กอช.
สมัครใช้บริการผ่านสาขาที่มีเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ มากกว่า
1,000 สาขา การให้บริการหักบัญชีอัตโนมัติ เป็นเรื่องที่อำนวยความสะดวกกับสมาชิก
เช่นเดียวกับการหักค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า)
ลดภาระในการเดินทางมาส่งเงินออม ลดการหลงลืม เป็นการวางแผนการออมอย่างสม่ำเสมอ
โดยมีผู้สมัครสมาชิก กอช. ผ่านธนาคาร ออมสินสะสมแล้ว จำนวนกว่า 200,000 ราย และ
มีสมาชิกส่งเงินออม กอช. ผ่านธนาคารออมสินแล้วรวมกว่า 1,000 ล้านบาท
ถือเป็นโอกาสที่ดี
ที่ธนาคารจะได้เชิญชวนให้ลูกค้าเดิมสมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติ
รวมถึงเชิญชวนลูกค้ารายใหม่สมัครสมาชิก กอช.
และสมัครใช้บริการหักบัญชีในคราวเดียวกัน
นายสมศักดิ์
กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า
ตลอดระยะเวลา 2 ปี 7 เดือน ที่ กอช. ได้ดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน ธ.ก.ส.
ได้ให้ความร่วมมือในทุกๆ ด้าน เป็นผู้ให้บริการรับสมัครสมาชิก รับเงินออม
ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมประชาสัมพันธ์เชิญชวนลูกค้าให้เห็นความสำคัญของการออม
การออกบูธจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในปัจจุบัน ธ.ก.ส.
มีการพัฒนาระบบบริการของธนาคารให้ก้าวสู่ยุคดิจิตอล 4.0 มากขึ้น ดังนั้น ธ.ก.ส.
จึงยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือกับ กอช. ในการพัฒนาระบบบริการในอนาคต ซึ่ง
ธ.ก.ส. มุ่งที่จะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาให้บริการกับสมาชิก กอช.
เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิก กอช. สามารถเลือกใช้บริการกับ ธ.ก.ส.
ได้ตามความสะดวกและความต้องการของสมาชิก ไม่ว่าจะใช้ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร
ผ่านระบบหักบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือผ่านระบบ ธ.ก.ส. A-Mobile ตู้ ATM หรือ
ร่วมพัฒนาผ่านระบบ Prompt Pay หรือระบบ Mobile Application ของ กอช. เป็นต้น
นายวิทยา แสนภักดี
รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มงานการตลาด ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า
หลังจากที่ธนาคารรับเป็นช่องทางการรับสมัครและรับเงินสะสมของ กอช.
ผ่านหน้าเคาน์เตอร์สาขาของธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 พบว่ามีลูกค้าประชาชนแสดงความสนใจเข้ามาสอบถามรายละเอียดอย่างต่อเนื่อง
และขณะนี้ ธอส. พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการให้บริการแก่สมาชิก กอช.
ที่ต้องการหักเงินบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เพื่อส่งเงินออมสะสมกับ กอช.
ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงมีบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์กับ ธอส.
พร้อมแจ้งความประสงค์ให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากเพื่อนำส่งเงินสะสม
โดยเชื่อว่าการส่งเงินออมสะสมผ่านการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติจะช่วยให้สมาชิกได้รับความสะดวกในการออมเงิน
เกิดการเก็บออมได้อย่างสม่ำเสมอ และมีเงินไว้ใช้จ่ายยามชราจำนวนมากยิ่งขึ้นได้
นายมงคล ลีลาธรรม
กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)
กล่าวว่า ปัจจุบัน SME Development Bank มีฐานลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประมาณ
1 แสนราย ธนาคารจึงยินดีพร้อมร่วมเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่สาธาณชนในวงกว้าง
ทั้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นฐานลูกค้าของธนาคาร ผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคาร
รวมถึงการส่งเสริมให้นายจ้างสมทบเงินนำส่งให้กับลูกจ้าง
ซึ่งในอนาคตจะมีสิทธิประโยชน์กลับมายังนายจ้างเช่นกัน
อีกทั้งในระยะยาวช่วยให้เกิดสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างอีกด้วย
แนวทางดังกล่าวยังช่วยยกระดับให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ให้มีความพร้อมและมีความรู้ด้านการเงินเมื่อถึงวัยเกษียณ
เสมือนมีไม้ค้ำยันที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ต้นกล้าเติบโต
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงต่อไป
ผู้สนใจสมัครสมาชิก กอช.
สามารถตรวจสอบสิทธิสมัครด้วยตนเองได้ที่เว็บไซต์ กอช. www.nsf.or.th และติดต่อสมัครได้ที่ ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. ทุกสาขา ในวันและเวลาทำการของธนาคาร
รวมทั้งสำนักงานคลังจังหวัด สถาบันการเงินชุมชนที่เข้าร่วม
และเครือข่ายรับสมัครทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทรสายด่วนเงินออม
02-049-9000
ธพ.ฟรีค่าธรรมเนียม FSMART รายจ่ายลดลง
ข่าวธนาคารหลายแห่งประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมโอนเงินข้ามธนาคาร
จ่ายบิล เติมเงิน ในแอปพลิเคชั่น ส่งผลให้นักลงทุนกังวลกระทบยอดโอนเงินผ่านตู้บุญเติม
นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส(FSMART) ขอบอกกล่าวให้สบายใจได้เลยว่า
“ไม่ได้กระทบเลยครับ”
เพราะยอดโอนเงินผ่านตู้บุญเติมยังเติบโตเพราะลูกค้าคนละกลุ่มกับแบงก์
และมีสัดส่วนรายได้ในการโอนเงินเพียง 5.8%ในปีที่ผ่านมา
ซึ่งรายได้หลักของบุญเติมยังมาจากเติมเงินมือถือและอื่นๆ
แถมแบงก์ลดค่าธรรมเนียมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทที่รับชำระค่าธรรมเนียมให้ตัวแทนอีกตั้งปีละ
30-40 ล้านบาทโดยน่าจะเริ่มเห็นผลในไตรมาส 2 เป็นต้นไป
ส่วนเรื่องฟรีค่าธรรมเนียมจริงๆไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย
มีการใช้มานานพอๆกับการเติมเงินมือถือถือผ่านแอปพลิเคชั่นนั่นแหละ
และบุญเติมก็เข้าไปแชร์ส่วนแบ่งตลาดนี้มานานแล้ว ไม่เช่นนั้นบุญเติมจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดมาเป็นอันดับ
1 จนถึงปัจจุบันได้อย่างไร ขอประกาศให้ออเจ้ารับทราบตรงนี้ด้วยทั่วกัน...!!
Tuesday, March 27, 2018
บมจ.สุธากัญจน์ (Golden Lime) เข้าซื้อกิจการบริษัท สระบุรีปูนขาว
กรุงเทพฯ – 22 มีนาคม 2561 – บริษัท
สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) (SET: SUTHA), ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือของคามุส
(Carmeuse) และ GP Group ในวันนี้ ได้ประกาศการซื้อหุ้น 99.9 % ของบริษัท สระบุรีปูนขาว จำกัด
ซึ่งเป็นบริษัทปูนขาวรายใหญ่อันดับ 4 ของเมืองไทย
การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้
ช่วยส่งผลให้บมจ.สุธากัญจน์ เป็นผู้นำตลาดในไทยและเสริมสร้างการเติบโตในธุรกิจ
บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินการเตาผลิตปูนขาวเตาใหม่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
และจากการซื้อกิจการของบริษัท สระบุรีปูนขาว ทำให้บริษัทฯ
มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 330,000 ตัน เป็น 500,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็น 50% ของกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการใช้ปูนขาวและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจากปูนขาวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เนื่องจากเป็นประเทศที่มีฐานอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมที่มีขนาดใหญ่และหลาก หลาย
มีการคาดการณ์การเติบโตของ GDP 4% ในปี พ.ศ. 2561 ซึ่งจะส่งผลต่อความต้องการใช้ปูนขาวของกลุ่มธุรกิจหลักในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น
การเก็บเกี่ยวอ้อยคาดว่าจะดีขึ้นประมาณ 10-15%
เมื่อเทียบกับปีก่อน และการเติบโตของอุตสาหกรรมเหล็กคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10 % ในปีพ.ศ. 2560
“เรากำลังรอโอกาสที่เหมาะสมในการเร่งขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ”
คุณกีซ่า เอมิล เพอราคี กรรมการผู้จัดการ บมจ.สุธากัญจน์ กล่าว
“บริษัทสระบุรีปูนขาว
เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องความน่าเชื่อถือในฐานะผู้ขายกลุ่มอุตสาหกรรม
รวมถึงความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าในประเทศ
เมื่อรวมกับองค์ความรู้พื้นฐานและผู้เชี่ยวชาญในการผลิตของ บมจ. สุธากัญจน์
จะช่วยเสริมสร้างรากฐานขององค์กรให้เข้มแข็งเพื่อสนับสนุนลูกค้ารายต่างๆ
ของเราได้อย่างเต็มที่ พวกเรามีความยินดีต้อนรับทีมงานสระบุรีปูนขาว
เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ บมจ. สุธากัญจน์
และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาองค์กรร่วมกันของเรา”
เกี่ยวกับบริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)
บมจ. สุธากัญจน์ ( www.goldenlime.co.th) เป็นผู้ผลิตปูนขาวและผลิตภัณฑ์ปูนขาวชั้นนำของเมืองไทย
โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี โดยมีการดำเนินงานหลักที่จังหวัดลพบุรี
และจังหวัดสระบุรี โดยในปี พ.ศ. 2557
บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET : SUTHA) และในปี พ.ศ. 2560
ยอดขายของบริษัทเกินกว่า 919 ล้านบาท
มีพนักงานประมาณ 220 คน
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)
มีผู้ถือหุ้นหลัก (73.79%) คือ บริษัท
ซีอี ไลม์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Carmeuse และ GP Group
เกี่ยวกับ Carmeuse
Carmeuse มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ลักเซมเบิร์ก
ราชรัฐลักเซมเบิร์ก เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกในการผลิตปูนขาว แคลเซียม และโดโลไมต์
หินปูนและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินงานมากกว่า 90 แห่งในทวีปยุโรป อเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลางและแอฟริกา
บริษัทได้เปิดดำเนินการหา Solutions ต่างๆ
ให้กับตลาดมามากกว่า 158 ปี
ไม่ว่าจะกลุ่มงานเหล็ก งานก่อสร้าง ถนน การรักษาเสถียรภาพของดิน
เหมืองแร่และโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก การบำบัดน้ำและน้ำเสีย การบำบัดไอเสีย สารเคมี
เกษตร อาหาร กระดาษ แก้ว เซรามิค พลาสติก พรม สี และอื่นๆ อีกมากมาย
มียอดขายของกลุ่มเป็นจำนวนเกินกว่า 1.1 พันล้านยูโร
มีพนักงานมากกว่า 4,000
คนจากทั่วโลก
เกี่ยวกับ GP Group
GP Group
(www.premjee.com) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพ ประเทศไทย
ได้ดำเนินธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงด้านพลังงาน การขนส่ง เหมืองแร่
งานก่อสร้าง โลจิสติกส์ เภสัชกรรม และ ระบบซอฟต์แวร์
โดยบริษัทได้เปิดดำเนินการมากว่า 146 ปี
CIMB เปิดตัวกองทุน ‘พรีเฟอร์ ซิเคียวริตี้’
บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล
เดินหน้าเปิดตัวกองทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง ดีเดย์ 28 มีนาคม - 5 เมษายน เปิดขาย IPO กองทุน
‘ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล พรีเฟอร์ ซิเคียวริตี้’ (CIMB-PRINCIPAL GPS) ที่จะเข้าลงทุนในตราสารประเภท Preferred Securities หรือ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนในต่างประเทศ
ผ่านกองทุนรวม Principal Global Investors Funds -
Preferred Securities Fund (กองทุนหลัก) ในต่างประเทศที่บริหารงานโดย Spectrum Asset Management ในกลุ่ม Principal Financial Group ชูจุดเด่นให้ผลตอบแทนทั้งในรูปดอกเบี้ยและในรูปเงินปันผล
แนะนำลงทุนเพื่อจัดพอร์ตลงทุนเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดผันผวน
นายวิน พรหมแพทย์
ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล
จำกัด เปิดเผยว่า
จากภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกที่มีความผันผวนเพิ่มขึ้นและต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
ในวันที่ 28 มีนาคม – 5 เมษายน 2561
บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จึงเปิดตัวและเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) ของ ‘กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล พรีเฟอร์ ซิเคียวริตี้’
หรือ CIMB Principal Global Preferred Securities Fund: CIMB-PRINCIPAL GPS
มีทุนจดทะเบียน
3,000 ล้านบาท กำหนดวงเงินซื้อหน่วยลงทุนขั้นต่ำครั้งละ 50,000 บาท (ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล)
และการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจะขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ทั้งนี้
กองทุนหลักดังกล่าวจะลงทุนในตราสารประเภท ‘Preferred
Securities’ หรือ ‘ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน’
ที่มีคุณสมบัติผสมผสานกันระหว่างตราสารหนี้ (Bond) และตราสารทุน
(หุ้น) โดยจัดเป็นสินทรัพย์ประเภท Fixed Income ที่มีโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีและสูงกว่าผลตอบแทนการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ลงทุนได้
(Investment Grade) ค่อนข้างมาก ปัจจุบันมีสินทรัพย์แบ่งเป็นหลายประเภท
เช่น Preferred Securities ที่จ่ายผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยและเงินปันผล, ประเภทที่กำหนดอายุตราสารและไม่กำหนดอายุตราสาร เช่น
หุ้นบุริมสิทธิ์ที่รู้จักดีในกลุ่มนักลงทุน ฯลฯ นอกจากนี้
ยังมีสภาพคล่องการซื้อขายที่ดีจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและรายย่อยและราคาที่ไม่ผันผวนตามการเคลื่อนไหวของตราสารหนี้ในตลาดโลกมากนัก
ขณะที่ผู้ออกตราสารประเภทดังกล่าวส่วนใหญ่คือธุรกิจในกลุ่มธนาคารและประกันภัยในยุโรปและประเทศสหรัฐฯ
ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งและประวัติผิดนัดชำระหนี้ต่ำ
โดยผู้ลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนจะถูกจัดลำดับความสำคัญการได้รับสิทธิชำระเงินก่อนผู้ถือหุ้น
แต่จะได้รับหลังจากเจ้าหนี้ในกรณีที่ผู้ออกตราสารประสบปัญหาด้านการเงิน
จึงถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำเหมาะที่จะกระจายการลงทุน
ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน
บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่า กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โกลบอล
พรีเฟอร์ ซิเคียวริตี้ มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยจะลงทุนใน Principal Global Investors Funds - Preferred Securities Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมต่างประเทศที่บริหารงานโดยทีมกองทุน
Spectrum Asset Management ในเครือ Principal Financial Group ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ
บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล โดย Spectrum Asset
Management มีประสบการณ์บริหารการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Preferred Securities ประมาณ 30 ปี
จึงมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี โดย ณ เดือนธันวาคม 2560
มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประเภท Preferred
Securities ที่อยู่ภายใต้การบริหารรวมประมาณ 23
ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ขณะที่การบริหารจัดการกองทุนจะใช้กลยุทธ์คัดเลือกตราสารคุณภาพลงทุน 90-120 บริษัทฯ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี
โดยใช้หลักการวิเคราะห์จากล่างขึ้นบนหรือ Bottom-Up ประกอบกับการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม
จากนั้นทีมบริหารจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนโดยคำนึงถึงผู้ออกตราสารและอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยพื้นฐานดี
การกระจายความเสี่ยงในมุมมองที่หลากหลายรวมถึงการติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ
เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยหรือเงินปันผล รวมทั้งทีมจัดการลงทุนของ Spectrum Asset Management ยังได้รับการจัดอันดับ CityWire กลุ่มผู้จัดการกองทุนในระดับ AA ที่บริหารกองทุนที่แข็งแกร่งและมากประสบการณ์ในการบริหาร Preferred Securities ยาวนานถึง 25 ปี (Source: Principal Global Investors LLC, as of December 2560)
ส่วนผลการดำเนินงานของกองทุน Principal Global Investors Funds - Preferred Securities Fund ให้ผลตอบแทนสะสมย้อนหลัง
10 ปีอยู่ที่ 92.87%
สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 66% และให้อัตราผลตอบแทนย้อนหลังในปี
2559-2560 อยู่ที่ 5.56% และ 10.54% ตามลำดับ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอยู่ที่ 3.79% และ 10.11% ตามลำดับ
สะท้อนถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานและศักยภาพของทีมงานที่สามารถบริหารกองทุนเพื่อสร้างตอบแทนที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
“กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล
โกลบอล พรีเฟอร์ ซิเคียวริตี้ ที่เราเปิดตัวเป็นกองที่สองในปีนี้
เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
ทีมจัดการมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลกในปีนี้
แต่ในระยะสั้นตลาดหุ้นทั่วโลกอาจผันผวนจากปัจจัยต่างๆ ตามที่เราได้แนะนำการลงทุนในปีนี้คือ
Stay Invested and Stay Diversified ดังนั้น
กองทุนนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่เราแนะนำให้เพิ่มในพอร์ตลงทุน
เพื่อสร้างผลตอบแทนและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนในปีนี้” นายวิน
กล่าว
กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล
โกลบอล พรีเฟอร์ ซิเคียวริตี้’ หรือ CIMB Principal
Global Preferred Securities Fund (CIMB-PRINCIPAL GPS) เปิดขายหน่วยลงทุนครั้งแรก
(IPO) วันที่ 28 มีนาคม – 5 เมษายน 2561 กำหนดวงเงินสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งละ
50,000 บาท
สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถขอหนังสือชี้ชวนได้ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
ทุกสาขา ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด โทร. 02 686 9595 website www.cimb-principal.co.th
Friday, March 23, 2018
โตโย มิลเลนเนียม บ.ย่อย TCJ คว้า มอก. 3 ใบ เพิ่มโอกาสทางการค้า
โตโย มิลเลนเนียม บ.ย่อย TCJ คว้า มอก. 3 ใบ เพิ่มโอกาสทางการค้า
ดร.ณัฐพล รังสิตพล
(กลาง)
เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้เกียรติมอบรางวัลแก่
นายสมศักดิ์ สิริเลอสรวง (ที่ 6
จากซ้าย)กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโย มิลเลนเนียม จำกัด โดยมี ดร.ทรงวุฒิ ไกรภัสสร์พงษ์ (ที่ 6 จากขวา)ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.ซี.เจ เอเซีย จำกัด (มหาชน)
หรือ “TCJ” เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน มอก.ทั้ง 3 ใบ ได้แก่
มอก.1439-2558 สำหรับหม้อน้ำเครื่องกำเนิดไอน้ำยวดยิ่ง
เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนและเครื่องควบแน่น มอก.2676-2558
สำหรับใช้งานทั่วไป ซึ่งทั้งสอง มอก.ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำตาล เอทานอล น้ำแข็งหลอด
เป็นต้น ส่วน มอก.2689-2558
ใช้สำหรับโครงสร้างงานตกแต่ง เช่น ราวบันได ลูกกรงบันได ราวกันตก ประตูรั้ว
เตียงคนไข้ รถเข็นเครื่องมือครุภัณฑ์ เป็นต้น
บริษัท ที.ซี.เจ. เอเซีย จำกัด
(มหาชน) TCJ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2523 ได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2538 ซึ่งปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน ประมาณ 877 ล้านบาท
และจะมีการเพิ่มทุนจดทะเบียนมาขยายกิจการและนำมาเป็นทุนหมุนเวียน ทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทมีทั้งสิ้น
1,535 ล้านบาท บริษัทมีบริษัทย่อยสองบริษัท คือ บริษัท บิ๊กเครน แอนด์
อิควิปเม้นท์ เรนทัลส์ จำกัด (บริษัทฯถือหุ้น 99.99%) และ บริษัท
โตโย มิลเลนเนียม จำกัด (บริษัทถือหุ้นประมาณ 51 %)
บริษัทฯ และบริษัทย่อย
ดำเนินกิจการที่สำคัญ ได้แก่
1. จัดจำหน่ายเครื่องจักรกลก่อสร้างเช่น
รถเครน รถขุด เครนติดหลังรถบรรทุก
รถแทร็คเตอร์ และรถยก (รถโฟล์คลิฟท์) ประเภทต่าง ๆ เป็นต้น
2. จัดจำหน่ายวัสดุที่ทำจากโลหะ
เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ใช้ ผู้รับเหมา และผู้ค้าส่ง ได้แก่ เหล็กแผ่น ท่อเหล็กชนิดกลมและชนิดเหลี่ยม
เหล็กฉาก เหล็กเพลากลม
ซึ่งรวมถึงการผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กกล้าไร้สนิมประเภทชั้นคุณภาพสูงที่สามารถใช้ได้กับโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
อุตสาหกรรมผลิตยา อุตสาหกรรมเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
และอุตสาหกรรมตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร เป็นต้น
3. รับเหมาติดตั้ง
และตกแต่งงานวิศวกรรมด้านโลหะภัณฑ์ อาทิเช่น ราวระเบียง ราวบันได แผงกันตก รางน้ำ gutter ประตูรั้ว
ซึ่งบริษัทได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการในหลายๆ โครงการได้แก่
สถานีรถไฟฟ้าสายต่างๆ และงานตกแต่งอาคารสูง เป็นต้น
4. ให้เช่าเครื่องจักรกลหนักเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและขนส่ง
จำพวกรถเครน รถขุด รถบรรทุกติดเครน ที่ใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
เช่น เส้นทางรถไฟฟ้าสายต่างๆ การก่อสร้างอาคารสูง และให้เช่ารถยก ประเภทต่างๆ
เพื่อใช้ลำเลียงสิ่งของในโรงงานอุตสาหกรรม และคลังสินค้า เป็นต้น
ข้อมูลเพิ่มเติม www.tcjasia.com
http//:www.toyomillennium.co.th,
http//:www.bigcrane.co.th
#โตโย มิลเลนเนียม
#ที.ซี.เจ เอเซีย
Subscribe to:
Comments (Atom)








