Friday, February 8, 2019

COM7 กระตุ้นตลาดมือถือ ในงาน THAILAND MOBILE EXPO 2019



         คุณณัฐนันท์ กีรติกรยศนันท์ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 พร้อมทีมบริหาร ยกทัพสินค้าไอทีร่วมออกบูธ BaNANA และบูธ Studio7 ในงาน THAILAND MOBILE EXPO 2019 เพื่อกระตุ้นตลาดมือถือให้คึกคัก ตอกย้ำสถานะเบอร์หนึ่งในธุรกิจค้าปลีกไอทีและสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของประเทศ ที่จัดจำหน่ายสินค้าครอบคลุมทุกแบรนด์ชั้นนำ


         นับเป็นครั้งแรกที่ Studio7 ในฐานะตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple รายใหญ่สุดในประเทศ ร่วมออกบูธในงานดังกล่าว ณ ไบเทค บางนา Hall 99 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยภายในงานได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม

DW ม.ค.คึก เทรดสนั่น 1 แสนล้าน

บล.บัวหลวงชี้ DWประเดิมปีหมูเทรดสนั่นแสนล้าน จัดเต็มเสิร์ฟ “Advance Workshop” ติวลูกค้า

บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง เผยตลาด DW  เดือน ม.ค. คึกคักเทรดสนั่นวอลุ่มทะลุแสนล้านบาท พุ่งสูงสุดในประวัติการณ์ ชี้หุ้นอ้างอิง PTTEP-PTTยอดนิยม ปลื้ม! DW01 ครองแชมป์ผู้ออก DW สุงสุดในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง พร้อมจัดเวิร์คช็อป DW Advance Workshop” ติวลูกค้าตลอดปี

นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ออกที่มีจำนวน DW สูงสุดในอุตสาหกรรม (DW01) เปิดเผยว่า ปัจจุบันใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrant : DW) ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้จากเดือนม.ค.62 ที่ผ่านมา มีมูลค่าการซื้อขาย DW ทั้งระบบสูงถึง 105,331.41 ล้านบาท นับเป็นตัวเลขสูงสุดตั้งแต่มีการเสนอขาย DW ในประเทศไทย โดยมีการซื้อขายเฉลี่ย 4,787.8 ล้านบาทต่อวัน คิดเป็น 10.0% ต่อมูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งระบบ
นอกจากนี้สัดส่วนมูลค่าลงทุนใน Call DW เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 4 เดือน สอดคล้องทิศทางดัชนีตลาดหุ้นไทยค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดเดือน ม.ค. 62 ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,641.73 จุด เพิ่มขึ้น 77.85 จุด หรือ 4.98% จากเดือนธ.ค.61 โดยหลักทรัพย์อ้างอิงในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรกอยู่ในกลุ่มดัชนีหลักทรัพย์ สัดส่วน 60.0%, กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค 12.2% และกลุ่มพาณิชย์ 4.3%
สำหรับ DW ที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็น DW อ้างอิงดัชนีSET50 Index มีสัดส่วนการซื้อขายสูงถึง 60% ของการซื้อขาย DW ทั้งอุตสาหกรรม โดย DWประเภท Put ซื้อขายสูงถึง 32.7% แม้ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นกว่า 77 จุด ส่วนอันดับ 2 เป็น DWอ้างอิงหุ้น PTTEP ซื้อขายสูงสุด 4 เดือนติด มีสัดส่วนการซื้อขาย 2.6% และอันดับ 3 เป็นDW อ้างอิงหุ้น PTTโดยมีการลงทุนใน DWประเภท Call มากเช่นเดียวกับ PTTEP และมีสัดส่วนการซื้อขาย 1.9% โดยเฉพาะช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงต้นเดือน
ในส่วนของจำนวนDW ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1,670 รุ่น แบ่งเป็น Call DW 1,440 รุ่นและ Put DW 230 รุ่น จากสิ้นเดือน ธ.ค. 61 ที่มีจำนวน 1,478 รุ่น แบ่งเป็น Call DW1,269 รุ่น และ Put DW 209 รุ่น โดยมีจำนวนหลักทรัพย์อ้างอิงที่เสนอขาย 115 ตัว เพิ่มขึ้น 5 ตัวจากสิ้นเดือน ธ.ค. 61 ได้แก่ บมจ. อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์)  (AEONTS),บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD), บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์  (GULF), บมจ. เอ็ม บี เค  (MBK) และบมจ. แพลน บี มีเดีย (PLANB)
สำหรับหลักทรัพย์บัวหลวง ยังคงเป็นผู้ออกที่มีจำนวน DW สูงสุดในระบบ 296 รุ่น คิดเป็น 17.72% ของจำนวน DW ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แบ่งเป็น Call DW 202 รุ่นและ Put DW 94 รุ่น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเมื่อคิดจากมูลค่าการซื้อขายสะสมในเดือน ม.ค.62 อยู่ที่ 39.6% และหากพิจารณา DWอ้างอิงหุ้นรายตัว ซึ่งเป็นที่นิยมของนักลงทุนรายย่อย หลักทรัพย์บัวหลวงมีส่วนแบ่งการตลาด 50.8%
นายบรรณรงค์ กล่าวว่า ปีนี้หลักทรัพย์บัวหลวงยังคงเดินหน้าให้ความรู้นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการต่อยอดจากปี 61 โดยจัดสัมมนา "DW Advance Workshop” ในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา  หลังจากนักลงทุนเข้าใจการลงทุน DW แล้ว ปีนี้จึงนำนวัตกรรม “Bualuang iAlgo” มาประยุกต์ เพื่อช่วยให้การเทรด DW เป็นระบบมากขึ้น ช่วยให้นักลงทุนมีการวางแผนที่ดีขึ้น โดยสามารถตั้งระบบซื้อขายเองได้  ตัดเรื่องของอารมณ์ที่อาจมีผลต่อการซื้อขาย ซึ่งน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขายได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังจำลองการเทรด DWผ่านแอพพลิเคชั่น “ASPEN BUALUANG TRADE” ที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงตารางราคาได้ทันทีและตรวจสอบราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับราคาหุ้นอ้างอิง ณ ขณะนั้นได้แบบเรียลไทม์ในหน้าเดียว ซึ่งดูง่าย ใช้ได้จริงและยังช่วยแก้ปัญหาการเทรดDW ได้อย่างตรงจุด ทำให้นักลงทุนวางแผนเทรด DW ได้ครบจบในที่เดียว ด้วยเครื่องมือต่างๆ ถือเป็นตัวช่วยในการซื้อขาย
"นักลงทุนให้การตอบรับ DW Advance Workshop อย่างมากในการจัดสัมมนาในเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีกูรูมืออาชีพจากหลักทรัพย์บัวหลวงได้ลงลึกในเนื้อหาที่จะทำให้นักเทรด DW ได้ความรู้กลับบ้านอย่างเต็มที่ เชื่อว่าเป็นประโยชน์สำหรับนักลงทุนในวงกว้างที่นำไปต่อยอดการลงทุนได้จริง จากการนำเครื่องมือมาใช้ในการลงทุน รวมถึงการจำลองการเทรดDW ผ่านแอพพิเคชั่นASPEN BUALUANG TRADE"นายบรรณรงค์ กล่าว
สำหรับนักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "DW Advance Workshop” สามารถลงทะเบียนได้ที่investmentstation.bualuang.co.th หรือโทร 02-618-1111 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
-- 

MVP จับมือ DTAC-FSMART เปิดตัว แพลตฟอร์มมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า EV



นายทนง ลี้อิสสระนุกูล (ที่ 3 จากซ้าย)ประธานกรรมการ นายโอภาส เฉิดพันธุ์ (ที่ 2 จากขวา)  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายคงพันธุ์ ปราโมชฯ (ที่ 1 จากซ้าย) กรรมการอิสระ ดร.ณัฐกฤษฎ์ ทิวไผ่งาม (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการอิสระบริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ MVP  พร้อมด้วย  นางอเล็กซานดรา ไรซ์ (ที่ 3 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือDTAC และนายพงษ์ชัย  อมตานนท์ (ที่ 1 จากขวา) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือFSMART ร่วมเปิดตัวแพลตฟอร์มการใช้งานมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า EVครบวงจร เพื่อช่วยลดมลพิษและก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง EV Value Chain ในงานThailand Mobile Expo 2019 ครั้งที่ 32 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เมื่อเร็ว ๆ นี้

Thursday, February 7, 2019

BEAUTY รุกตลาดจีน จับมือพันธมิตร Carrot Mall

    BEAUTY เปิดฉากรุกหนักตลาดจีน จับมือพันธมิตร Carrot Mall ตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่          บุกตลาดหลัก( General Trade ) MainlandChina พร้อมแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายCross Border E-commerce เจาะตลาดออนไลน์จีนเพิ่ม เผยผลิตภัณฑ์ Beauty Buffet ได้รับ อย.จีนแล้ว 5 SKUs เดินหน้ากลยุทธ์การตลาดO2O ดันยอดขายโตต่อเนื่อง


ดร.พีระพงษ์  กิติเวชโภคาวัฒน์  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY)ผู้นำธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิวภายใต้แนวคิด Live a beautiful life  เปิดเผยว่าบริษัทได้เซ็นสัญญาแต่งตั้ง Carrot Mall ผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในช่องทางค้าปลีกและออนไลน์รายใหญ่ เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าScentio Milk Plus Whitening Q10 Facial Foam  ผ่านช่องทางตลาดหลัก ( General Trade ) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศจีน (Mainland China)  เนื่องจากสินค้าScentio Milk Plus Whitening Q10 Facial Foam  เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคจีนมากที่สุด และมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง       
 ซึ่งในช่วงต่อจากนี้ บริษัทจะทำงานร่วมกันกับตัวแทนจำหน่ายทั้งด้านกลยุทธ์การตลาด โปรโมชั่น เชื่อมโยงทุกเครื่องมือการตลาดเข้าหากัน ชูจุดเด่นคุณภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้กับลูกค้าในวงกว้าง ซึ่งตลาด Mainland Chinaมีขนาดใหญ่กว่าไทย18 เท่าตัว
ปัจจุบันสินค้าของบริษัทจำนวน 5 SKUsได้รับการรับรองจากChina Food and DrugAdministration  (CFDA)  หรือ องค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศจีนเรียบร้อยแล้วและจะทยอยได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมในปีนี้    
 “การได้รับเครื่องหมาย อย. ประเทศจีน นอกจากจะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น ยังทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมและสร้างยอดขายได้ดีในกลุ่มลูกค้าจีน สามารถขยายไปยังช่องทางการขายอื่นๆ อย่าง ช่องทางตลาดหลัก( General Trade )ที่ประกอบด้วยช่องทาง Offline และOnline  ในตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน (Mainland China)สำหรับตลาดการขายสินค้าหลักของจีนมีทั้งที่เป็นช่องทางออฟไลน์ เช่น เทรดดิชั่นนอล เทรด คอนวีเนียนสโตร์ โมเดิร์นเทรด และช่องทางออนไลน์ที่เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ต่างๆ ที่จัดจำหน่ายสินค้าในประเทศจีน ซึ่งตลาดเครื่องสำอางของประเทศจีนถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มากและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมีมูลค่าตลาดรวมสูงกว่า 1.2 ล้านล้านบาท ”ดร.พีระพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้บริษัทได้มีการขยายช่องทางการจำหน่ายในรูปแบบ Cross Border E-commerce (CBEC)       ซึ่งช่องทางนี้ถือเป็นโอกาสใหม่สำหรับการค้าออนไลน์ในจีนที่รัฐบาลจีนมีมาตรการสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง โดยรัฐบาลจีนมีการเปิดคลังสินค้าทัณฑ์บน (Bonded Warehouse)ในพื้นที่เขตการค้าเสรี13  เมืองใหญ่ ( ข้อมูล ณ ปี 2017 ) เช่น  เมืองต้าเหลียน, เหอเฟย, เฉิงตู, ชิงเต่า และซูโจว เพื่อให้ผู้ค้าออนไลน์นำสินค้ามาพักไว้แบบไม่ต้องเสียภาษี เมื่อมีลูกค้าสั่งซื้อสินค้าแล้วต้องนำสินค้าออกจากคลังจึงเสียภาษีในอัตราพิเศษ  โดยในปี 2018บริษัทมีสินค้าวางจำหน่ายแล้วจำนวน 7Platforms และในปีนี้มีแผนเพิ่มจำนวนPlatform  อีก2 Platforms และยังขยายจำนวน SKUsสินค้าเข้าจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
            ดร.พีระพงษ์ กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ในประเทศจีน             ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การจำหน่ายผ่านช่องทางCross Border E-commerce หรือการซื้อขายออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม  การจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดหลัก (General Trade) ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ เช่น เทรดดิชั่นนอลเทรด คอนวีเนียนสโตร์ โมเดิร์นเทรดและการจำหน่ายทั้งแบบค้าปลีกและค้าส่งผ่านลูกค้ารายย่อยหรือนักท่องเที่ยวจีน โดยใช้กลยุทธ์การตลาดแบบO2O (Online to Offline synchronization) ในการช่วยกระตุ้นยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าช่องทางจำหน่ายใหม่จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมียอดจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นจากการหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้สะดวกและแพร่หลาย
...

Monday, February 4, 2019

บล.ทรีนีตี้ มอง SET Index ก.พ.แกว่ง Sideways 1570-1670

บล.ทรีนีตี้ ประเมินSET Index เดือนก.พ.62 แกว่งตัวSideways  ในกรอบแนวรับแรกที่ 1,600จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,570 จุด  ส่วนแนวต้านสำคัญประเมินที่1,670 จุด แนะนำนักลงทุนระยะสั้นที่ขายทำกำไรไปแล้วรอการเข้าซื้อตามกรอบแนวรับ ส่วนนักลงทุนระยะยาวสามารถแบ่งถือหุ้นขนาดใหญ่ปันผลสูงได้ เลือกกลุ่มธนาคาร โรงกลั่นและท่องเที่ยว เป็นกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน


นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ประเมิน SET Indexเดือนกุมภาพันธ์ 2562แกว่งตัว Sideways โดยมองกรอบแนวรับแรกที่1,600 จุด และแนวรับสำคัญที่ 1,570 จุด  ส่วนแนวต้านสำคัญประเมินที่1,670 จุด                      
 ปัจจัยบวก ประกอบด้วย 1.กระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวแข็งค่ามากที่สุดในเอเชียนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และ 2.นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาฟื้นตัวแล้ว นำโดยชาติที่เป็นฐานนักท่องเที่ยวหลักทั้งหมด ส่วนปัจจัยลบ ประกอบด้วย1.ประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงถูกปรับลดลง จนส่งผลให้Valuation ปรับตัวสูงขึ้นในมิติของ PE และ2.ประเด็น Brexit ที่อาจมีความวุ่นวายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ 
               ทั้งนี้ยังมีปัจจัยที่เป็นได้ทั้งบวกและลบ ประกอบด้วย 1.การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ซึ่งทางปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และปธน.สี จิ้นผิงของจีนมีโอกาสเปิดโต๊ะเจรจากันในเดือนนี้ และ 2. ทิศทางตัวเลข PMIภาคการผลิตของประเทศสำคัญ เช่น จีน ยูโรโซน และสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวแปรกำหนดทิศทางตลาดหุ้นเกิดใหม่ในช่วง 3เดือนข้างหน้าได้ 
               สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำประจำเดือนนี้ ได้แก่  1.กลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ปันผลสูง ที่ราคายังคงปรับตัว Laggard ตลาดอยู่ และมี Valuation ถูก ได้แก่ กลุ่มธนาคาร เช่นBBL, KTB, TCAP และกลุ่มโรงกลั่น เช่น TOP, SPRC, PTTGC และ 2.กลุ่มที่มีพัฒนาการเชิงบวกทางตัวเลขเศรษฐกิจ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติบโตสูงสุดในรอบ 6เดือน มองตัวหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ AOT, AAV, ERW, SPA, BEAUTY, DDD, TKN

...

JFIN Coin เข้าเทรด Satang Pro 4 ก.พ.62

            JVC เผย พร้อมนำ JFIN Coin เข้าเทรดใน Satang Pro 4 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันแรก ย้ำพื้นฐานแน่น หลังเร่งพัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง หรือ DDLP แล้วเสร็จก่อนแผน คาดเห็นความชัดเจนกลางปีนี้   



                นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC 
ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาซอฟท์แวร์ แอพพลิเคชั่น และลงทุนในบริษัท Start-up ให้ความมั่นใจต่อผู้ถือโทเคนดิจิทัล JFIN Coin ว่า บริษัทฯ ได้จับมือกับ Satang Pro ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการนำ JFIN Coin เข้าเทรดในตลาด Satang Pro อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 นี้


                ทั้งนี้ Satang Pro หรือ บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เว็บไซต์ satang.pro(เดิมคือ TDAX.com) เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยให้ความสำคัญต่อเรื่องความปลอดภัยของระบบ ซึ่งระบบหลังบ้านของที่นี่ใช้มาตรฐานสากลคือ “Multisig” ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยในระดับสูง และยังได้ยื่นขอมาตรฐาน ISO 27001 ระบบสารสนเทศโลกด้านการดูแลความปลอดภัย ระบบซื้อขาย และเก็บสินทรัพย์ ดิจิทัลของลูกค้า เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจในความปลอดภัย และโปร่งใสของแพลตฟอร์ม Satang Pro อีกทั้งยังมีฝ่าย Customer Support พร้อมบริการและแก้ปัญหาให้ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน


                สำหรับแผนการพัฒนาระบบสินเชื่อแบบดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง (Decentralized Digital Lending Platform : DDLP) ของบริษัทฯ สามารถเดินตาม Roadmap ที่วางไว้ได้ตามแผน ปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งพัฒนา คาดจะแล้วเสร็จและเริ่มนำระบบบล็อกเชนมาใช้ได้ตามแผนเดิมหรือก่อน วันที่ 1 ตุลาคม 2562 


                รวมถึง แพลตฟอร์ม “ป๋า” สินเชื่อออนไลน์แบบ  Digital Lending Platform (DLP) เตรียมปรับโฉมใหม่ในเร็วๆ นี้ พร้อมจัดกิจกรรมการตลาด ให้สามารถเข้าถึงผู้ที่มีความต้องการกู้เงินได้มากขึ้น  ด้วยความมุ่งหวัง ที่จะสร้างแพลตฟอร์มการกู้ยืมเงินให้เป็นอีกทางเลือกสำหรับกลุ่มคนที่ขาดโอกาสเข้าถึงธุรกรรมจากสถาบันการเงินหลัก ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของกลุ่มคนเหล่านั้นให้ดีขึ้นตามที่ตั้งใจ


                “หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาตรการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และมีหลายบริษัทที่ไม่ผ่านการอนุญาต มองว่า สำนักงานก.ล.ต. ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดคริปโตเคอเรนซี่ ด้วยการคัดกรองอย่างมีระบบ มีผู้ควบคุม ดูแล ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น  ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานและการดำเนินธุรกิจ และแผนพัฒนา DDLP ของ JVC แต่อย่างใด วันนี้ เราสามารถเดินตามแผนงานที่ระบุไว้ใน Roadmap ได้เป็นอย่างดี โดย JFIN Coin ย้ายเข้ามาเทรดใน Satang Pro วันนี้เป็นวันแรก และไม่หยุดนิ่ง ในการนำ JFIN Coin ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และนำไปเทรดบนกระดานซื้อขายอื่นๆ เพิ่มเติมอีกในอนาคต ขณะที่ทีมงานเร่งเดินหน้าพัฒนาระบบ และคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ตามแผนที่วางไว้ จึงอยากให้ผู้สนับสนุนในเหรียญ JFIN Coin เชื่อมั่น และติดตามเราต่อไปอย่างใกล้ชิด”  นายธนวัฒน์กล่าว


                ทั้งนี้ JVC ให้เปิดช่องทางการติดต่อสำหรับข้อสงสัยของผู้ถือโทเคน ดิจิทัล JFIN Coin ที่อีเมลjfincoin@jventures.co.th หรือwww.facebook.com/JFinCoin  ผู้ถือโทเคน ดิจิตัล ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามบริษัทได้ตามช่องทางดังกล่าว