Friday, October 26, 2018
APCO เจาะตลาดจีน ปั้นกำไรโตก้าวกระโดด
APCO บุกตลาดประเทศจีนตั้งเป้ายอดขายเพิ่มจากเดือนละ 9 ล้านบาทเป็น 45 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 6 เดือน คาดกำไรเติบโตก้าวกระโดด ผู้บริหารเดินสายบรรยายเผยแพร่แนวคิด “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ให้แพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ VVIN และ ASL revitalizing Serum & Cream ขยายฐานลูกค้า
บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO คือ ผู้พัฒนานวัตกรรมจากธรรมชาติเพื่อสุขภาพและความงามด้วยการวิจัย อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดจากพืช เพื่อดูแลสุขภาพด้วยการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ที่สมดุล ถือเป็นมิติใหม่ในการดูแลสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสริมความงาม
“แนวทางในอนาคตของ APCO เราเน้นช่วยดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วย HIV/AIDS ตั้งใจจะขายไปทั่วโลก ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เราช่วยผู้ป่วยมาจำนวนมาก ช่วยให้เขาฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นมา” ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร APCO กล่าว
ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพโดยการสร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุล (Operation BIM) จากสารสกัดจากพืชธรรมชาติ 80% และอีก 20% มาจาก Slimming Products ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดจากธรรมชาติ อาทิ ผลิตภัณฑ์ลดไขมัน, Beauty Products เครื่องสำอางเสริมความงามจากสารสกัดจากธรรมชาติ
เมื่อเดือนที่ผ่านมา บริษัทเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ VVIN ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพป้องกันการติดเชื้อ และ ASL revitalizing Serum & Cream ผลิตภัณฑ์ความงามเพื่อลดริ้วรอย คาดว่าจะส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 4 มีรายได้ถึง 120 ล้านบาท
“คาดว่าในปีนี้จะมียอดขาย 400 ล้านบาท แต่กำไรจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เราเริ่มส่งออกไปประเทศจีนภายใต้แบรนด์ Gold Figor เป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เดือนแรกมียอดขาย 9 ล้านบาท Slimming Products ก็จะเป็นตัวต่อไปที่จะขายในจีน ประเมินว่าใน 6 เดือนแรกปริมาณการส่งออกไปจีนจะเพิ่มเป็น 5 ตันต่อเดือน คิดเป็นยอดขายประมาณ 45 ล้านบาท ในปีหน้าจะเห็นการเติบโตจากจีนชัดเจนขึ้น”
ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับประเทศสหรัฐฯ ปัจจุบันมีตัวแทนขายในลักษณะ Dropship มียอดขายประมาณเดือนละ 1 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางขายตรงเป็นสัดส่วนถึง 70% ส่วนอีก 30% เป็นยอดขายจาก BIM Health Center จำนวน 5 แห่ง, ขายผ่านคอลเซ็นเตอร์ โฆษณาทางโทรทัศน์ และโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีแผนการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ่านรายการใส่ใจไกลโรค ทางช่อง Nation ช่องทางออนไลน์ผ่าน Facebook ภูมิสมดุล BIM พร้อมจัดโปรโมชันกระตุ้นการขายต่อเนื่อง
ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าวว่านอกจากทำการตลาดผ่านช่องทางต่างๆแล้ว ตนยังเดินสายบรรยายให้ความรู้การดูแลสุขภาพด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุล เพื่อให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง โดยในวันที่ 29 ตุลาคมนี้จะบรรยายในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ที่ไบเทค เพื่อบรรยายความสำเร็จของการใช้นวัตกรรมของบริษัทเป็นภูมิคุ้มกันบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ว และผู้ป่วย HIV/AIDS และจะไปปาฐกถาพิเศษเรื่องเดียวกันนี้ในงาน EuroSciCon Conference on Immunology ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในวันที่ 11-13 มีนาคม 2562
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ
http://m.thansettakij.com/content/336978
คอยน์ แอสเซท เผยยอดเทรด JFIN Coin พุ่ง
หลังประกาศใช้ ‘ป๋า’ และ ‘JFIN Wallet’ อย่างเป็นทางการ
บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล เผยภายหลังบริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่นทางด้าน Fintech และลงทุนในธุรกิจ Startup ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMAR ได้ประกาศเปิดตัวแพลทฟอร์ม “ป๋า” และ “JFIN Wallet” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าทำให้เกิดปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยน JFIN Coin บนกระดานคอยน์ แอสเซท เพิ่มขึ้น 12 เท่า จำนวนเหรียญที่มีการซื้อขายอยู่ที่ราว 371,000 เหรียญ ขณะที่ราคาของเหรียญก้าวขึ้นแตะที่ระดับราคาสูงสุดที่ 3.41 บาท ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการทดสอบระบบให้ผู้ถือเหรียญ JFIN Coin สามารถนำเหรียญมาใช้ซื้อสินค้าในร้านเจมาร์ทได้อีกด้วย
นายศิวนัส ยามดี ผู้ก่อตั้งบริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวแพลทฟอร์มและการทดสอบระบบครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนา JFIN Coin มีความตั้งใจที่จะทำให้เหรียญดิจิทัลสามารถใช้ในการซื้อขายสินค้าได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อว่าหากมีการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ และเกิดเป็นอีโค
ซิสเต็มของเหรียญ จะทำให้เกิดความต้องการ JFIN Coin มากยิ่งขึ้นไปอีก”
นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (ซ้าย)
นายศิวนัส ยามดี ผู้ก่อตั้งบริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (ขวา)
แพลตฟอร์ม “ป๋า” จะเป็นช่องทางการค้นหาสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค ภายใต้ระบบดังกล่าว จะมีการประเมินเบื้องต้นว่าลูกค้าที่เข้ามาขอสินเชื่อมีคุณสมบัติหรือเข้าเงื่อนไขในการสมัครหรือไม่ จากนั้นลูกค้าจึงยื่นความประสงค์ และรอผลอนุมัติที่รวดเร็ว โดยผู้ที่สนใจสามารถใช้งานบนเว็บไซต์ https://www.ป๋า.com และดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน “PAH” ผ่าน Google Play ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยคาดว่าเพิ่มโอกาสในธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ที่เชื่อมต่อให้ผู้กู้ที่มีศักยภาพสามารถกู้เงินได้ และคาดหวังว่า จะเพิ่มโอกาสให้บริษัท เจฟินเทค จำกัด บริษัทในกลุ่มเจมาร์ท เข้าถึงการให้บริการสินเชื่อของผู้กู้รายย่อยที่มีศักยภาพมากขึ้น
ขณะที่ “JFIN Wallet” เป็นกระเป๋าเงินออนไลน์ที่เป็น Cryptocurrency Wallet แรกของคนไทย โดยทีมพัฒนาของ JVC โดยในเฟสแรกนี้จะสามารถเก็บโทเคนดิจิทัลของ JFIN ไว้ในแอพพลิเคชั่นบนมือถือของผู้ถือได้
###
บริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล เผยภายหลังบริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และแอพพลิเคชั่นทางด้าน Fintech และลงทุนในธุรกิจ Startup ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMAR ได้ประกาศเปิดตัวแพลทฟอร์ม “ป๋า” และ “JFIN Wallet” เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าทำให้เกิดปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยน JFIN Coin บนกระดานคอยน์ แอสเซท เพิ่มขึ้น 12 เท่า จำนวนเหรียญที่มีการซื้อขายอยู่ที่ราว 371,000 เหรียญ ขณะที่ราคาของเหรียญก้าวขึ้นแตะที่ระดับราคาสูงสุดที่ 3.41 บาท ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการทดสอบระบบให้ผู้ถือเหรียญ JFIN Coin สามารถนำเหรียญมาใช้ซื้อสินค้าในร้านเจมาร์ทได้อีกด้วย
นายศิวนัส ยามดี ผู้ก่อตั้งบริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวแพลทฟอร์มและการทดสอบระบบครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนา JFIN Coin มีความตั้งใจที่จะทำให้เหรียญดิจิทัลสามารถใช้ในการซื้อขายสินค้าได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เชื่อว่าหากมีการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ และเกิดเป็นอีโค
ซิสเต็มของเหรียญ จะทำให้เกิดความต้องการ JFIN Coin มากยิ่งขึ้นไปอีก”
นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (ซ้าย)
นายศิวนัส ยามดี ผู้ก่อตั้งบริษัท คอยน์ แอสเซท จำกัด (ขวา)
แพลตฟอร์ม “ป๋า” จะเป็นช่องทางการค้นหาสินเชื่อที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค ภายใต้ระบบดังกล่าว จะมีการประเมินเบื้องต้นว่าลูกค้าที่เข้ามาขอสินเชื่อมีคุณสมบัติหรือเข้าเงื่อนไขในการสมัครหรือไม่ จากนั้นลูกค้าจึงยื่นความประสงค์ และรอผลอนุมัติที่รวดเร็ว โดยผู้ที่สนใจสามารถใช้งานบนเว็บไซต์ https://www.ป๋า.com และดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน “PAH” ผ่าน Google Play ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยคาดว่าเพิ่มโอกาสในธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ที่เชื่อมต่อให้ผู้กู้ที่มีศักยภาพสามารถกู้เงินได้ และคาดหวังว่า จะเพิ่มโอกาสให้บริษัท เจฟินเทค จำกัด บริษัทในกลุ่มเจมาร์ท เข้าถึงการให้บริการสินเชื่อของผู้กู้รายย่อยที่มีศักยภาพมากขึ้น
ขณะที่ “JFIN Wallet” เป็นกระเป๋าเงินออนไลน์ที่เป็น Cryptocurrency Wallet แรกของคนไทย โดยทีมพัฒนาของ JVC โดยในเฟสแรกนี้จะสามารถเก็บโทเคนดิจิทัลของ JFIN ไว้ในแอพพลิเคชั่นบนมือถือของผู้ถือได้
###
Subscribe to:
Comments (Atom)




